กระบวนการ รับ-เก็บ-จ่าย LNG


กระบวนการ รับ-เก็บ-จ่าย LNG

การดำเนินงานของสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวของ PTTLNG


        - การให้บริการท่าเทียบเรือ โดยรับเรือที่ขนส่ง LNG  มาจากต่างประเทศ 

        - จากนั้นดำเนินการถ่ายเท LNG มาเก็บไว้ในถังเก็บ LNG  ซึ่งยังอยู่ในสถานะของเหลว  

        - เพื่อรอการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวให้กลับเป็นก๊าซ

        - แล้วจึงส่งเข้าสู่ระบบท่อก๊าซของ ปตท. ต่อไป

         ก่อนหน้าที่เรือ LNG จะเข้าเทียบท่า  ต้องมีการประสานระหว่าง  Supplier กับเจ้าของเรือ  ปตท. และ PTTLNG ล่วงหน้าประมาณ 28 วัน โดย PTTLNG จะทำการตรวจสอบความพร้อมและความปลอดภัยของท่าเรือ และอุปกรณ์ในการรับ – จ่ายก๊าซอย่างละเอียด เมื่อเรือบรรทุก LNG เดินทางมาถึง  จะจอดรอที่จุดจอดเรือก่อนถึงร่องน้ำ   เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินการรับเรือ และสูบจ่าย LNG จะเข้าประจำหน้าที่ ได้แก่

          - เจ้าพนักงานนำร่อง ทำหน้าที่ในการนำเรือจากจุดจอด เข้าเทียบท่าเรือของ PTTLNG โดยใช้เรือลากลูง

          - สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. จะตรวจคนเข้าเมือง ณ ตำบลที่จอดทอดสมอที่ปากร่องมาบตาพุดก่อนเรือเข้าเทียบท่าที่  PTTLNG

          - กองควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจะทำการตรวจสุขภาพคนประจำเรือทั้งหมด

          - เจ้าหน้าที่ศุลลกร ทำการตรวจวัดปริมาณก๊าซ LNG บนเรือ

          - Ship Agent จะป็นตัวแทนเจ้าของเรือ  ประสานงานด้านเอกสารพิธีการต่าง ๆ ระหว่างกัปตันเรือและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   

        เรือขนส่ง LNG จะเข้าเทียบท่า  โดยมีระบบช่วยในการนำเรือเข้า เทียบท่า บอกระยะห่างระหว่างเรือกับหน้าท่า  บอกความเร็วเรือโดยระบบเลเซอร์ และมีขั้นตอนการดำเนินงานตามดำเนินงานตามาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด เมื่อเรือเข้าเทียบท่าเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ของ PTTLNG จะขึ้นไปบนเรือ ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ของเรือ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและความพร้อมที่จะขนถ่าย LNG สู่ถัง

         ก่อนการรับ และ จ่าย LNG จะถูกตรวจวัด ปริมาณโดยเครื่องมือที่ติดตั้งในถังและตรวจวัดคุณภาพด้วยระบบ GAS Chomatography  เพื่อควบคุมทั้งคุณภาพและปริมาณ  

 

    

 

            เมื่อเรือเข้าเทียบท่า  อาร์มขนถ่าย LNG หรือ LNG  Unloading Arm  จำนวน 4 อาร์ม ขนาด 16 นิ้ว  จะได้รับการเชื่อมต่อ  โดยอาร์ม 3 อาร์ม  จะทำหน้าที่รับ  LNG ในรูปของเหลวจากเรือเข้าสู่ถังเก็บ  ส่วนอีกหนึ่งอาร์ม  จะทำหน้าที่รับไอระเหยที่เกิดในกระบวนการสูบ  LNG  ให้ย้อนกลับไปยังถังเก็บบนเรือ  LNG จากเรือจะถูกสูบถ่ายโดยปั๊มของเรือผ่าน unloading Arm สู่ถังเก็บ LNG   ทั้งนี้ไอก๊าซที่ระเหยจาก LNG ซึ่ งมีอยู่ในถัง และระหว่างการขนถ่ายบางส่วนจะไหลกลับไปที่เรือแทนที่  LNG ที่ถูกส่งมาที่ถัง  โดยผ่านอาร์มที่ทำหน้าที่ส่งไอระเหย (BOG) กลับเรือ   หลังจากสูบถ่าย LNG  ลงสู่ถังแล้วเสร็จ  LNG บางส่วนในถังจะเปลี่ยนสถานะเป็นก๊าซเอง เรียกว่า Boil of Gas หรือ BOG     

           BOG จะไหลเข้าสู่ BOG Compressor  ซึ่งเป็นเครื่องอัดความดันสำหรับไอก๊าซ  เพื่อเพิ่มความดันและส่งต่อไปยัง Re-Condenser  ซึ่งเป็นอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนของไอก๊าซดังกล่าวกับ LNG บางส่วนที่มาจากถัง  ซึ่งจะทำให้ไอก๊าซ LNG เปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นของเหลวเหมือนเดิม  หรือที่เรียกว่า Sub Cool

การเปลี่ยนสถานะของ LNG


         LNG จากถังเก็บ จะถูกสูบถ่ายโดย Intake pump  ไปรวมกับ LNG ที่ Re-Condenser  ซึ่งขณะนี้เปลี่ยนสภาพจากไอก๊าซเป็นของเหลวแล้ว  ไปยัง High Pressure pump เพื่อเพิ่มความดันให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ   จากนั้น LNG จะถูกส่งต่อไปยัง  Open Rack Vaporisers หรือ  ORV ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยน LNG  ให้กลายเป็นก๊าซ  โดยท่อ LNG จะปล่อยให้ LNG ไหลจากด้านล่างไปยังด้านบน  ในขณะที่ท่อน้ำทะเลจะปล่อยน้ำทะเลจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง ทางด้านนอกของท่อ  ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนกัน ความร้อนจากน้ำทะเลจะทำให้ LNG เปลี่ยนสถานะเป็นก๊าซ โดยไม่มีการสัมผัสกัน  จากนั้น ก๊าซจะถูกส่งต่อไปยัง metering unit  เพื่อตรวจวัดปริมาณและคุณภาพก่อนที่จะส่งเข้าสู่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ซึ่งเป็นลูกค้าต่อไป

  

           นอกจากนี้ PTTLNG ยังเตรียม Truck Loading Area  เพื่อรองรับการจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลววโดยใช้รถบรรทุก ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

      การดำเนินงานของท่าเทียบเรือ และสถานีรับ – จ่ายก๊าซ LNG  ควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง ซึ่งมีการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง ในทุก ๆ กระบวนการ ทุก ๆ อุปกรณ์   เพื่อประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ยังเป็นศูนย์กลางการวางแผนและควบคุมการรับ – ส่งก๊าซธรรมชาติ และ LNG ประจำวัน โดยติดต่อประสานงานกับศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อส่งก๊าซของ ปตท. ที่ จ.ชลบุรี ผ่านระบบใยแก้วนำแสง และดาวเทียม ตลอดจนโทรศัพท์สายตรง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี

          การดำเนินงานในสถานีรับ – จ่าย LNG ยังมีระบบสนับสนุน  ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐานสากล  ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น  น้ำดิบ  ที่ใช้ในโครงการมาจากบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดหาน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรม   ระบบไฟฟ้า  ที่ใช้ประมาณ 24 เมกกะวัตต์นั้น แปลงจากไฟ 115  เมกกะวัตต์ ที่รับโดยตรงจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาบตาพุด โดยจัดทำเป็น 2 ระบบ ระบบแรก เป็นระบบจ่ายไฟใต้ดินจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำหรับจ่ายไฟตามปกติ ส่วนระบบที่ 2 เป็นระบบสายไฟบนดินจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  สำหรับจ่ายไฟในกรณีฉุกเฉิน   ตลอดจนมีการดูแลจัดการสิ่งแวดล้อม  อย่างรอบคอบ ด้านอากาศนั้น  เนื่องจากการทำงานของสถานีสูบ- จ่าย  LNG แห่งนี้ เป็นระบบปิด จึงไม่มีการปล่อยมลสารออกสู่บรรยากาศ  ด้านน้ำเสีย มีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย  ส่วนน้ำทะเลที่ใช้ในการทำให้ LNG กลายเป็นไอ จะไม่มีการสัมผัสกันระหว่างน้ำทะเล กับ LNG  และเมื่อปล่อยน้ำทะเลคืนสู่ธรรมชาติ  ได้ควบคุมอุณหภูมิที่ระยะห่าง 100 เมตร จากจุดปล่อยไม่ให้ต่ำกว่า 3 องศาเซลเซียสของอุณหภูมิน้ำทะเลปกติ   รวมทั้งมีการตรวจติดตาม วิเคราะหะน้ำทะเล ทั้งตรวจวัดอุณหภูมิและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจาก Third Party อยู่เสมอ

         ท้ังหมดนี้ พิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงของ PTTLNG  ที่ดำเนินงานอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม  โดยการทำงานทุกขั้นตอนคำนึงถึงความปลอดภัยในระดับสูงสุด ทุกกระบวนการทำงาน และให้ความสำคัญในการดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง  ดำเนินงานตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติงานตามคู่มือการทำงนอย่างเป็นระบบ  เพื่อให้ประเทสไทยมีท่าเทียเรือและสถานีรับขจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวที่สมบูรณ์แบบ  โดย PTTLNG  พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมความมั่นคงด้านพลังงานแก่ประเทศต่อไป

 

แผนผังเว็บไซต์